Archive for Activity

เนื้อแนบเนื้อ AF6

// November 14th, 2009 // 4 Comments » // Activity, Blog, Photo

ดูซะก่อนถ่ายกับใคร!!

“เนื้อแนบเนื้อเลยทีเดียว!! แต่คุณเพื่อนคงตื่นเต้นรูปนี้เลยสั่นระรัว”

ชีวิตนี้เหมือนฝันที่เป็นจริง AF6 มาที่ office มาหากันถึงที่ที่เดียว  Exclusive สุดๆ โฮ๊ะๆๆๆ
ไม่ใช่มาแค่คนสองคนนะจ๊ะ….. แต่มาถึงที่ office เราทั้ง 12 คน ออร่ากันมากๆ ยิ่งอ๊อฟนะ หน้า firm และเด้งมาก ถูกใจจริงๆ

บรรยากาศวันนั้นตื่นเต้นสุดๆ ทำตัวไม่ถูกรู้ตัวอีกทีหยิบมือถือวิ่งไปหาแล้ว แถมฉันยังเกรียนจัดวิ่งออกไปตอบคำถามชิงรางวัลอีกด้วย

พิธีกร: “เอาล่ะคะเราจะมาถามคำถามกันใครตอบถูกรับกระเป๋า AF มีลายเซ็นของทั้ง 12 คนไปเลย รับจากมือนักล่าฝันด้วย”
(ระหว่างนี้ เราคิดในใจ เสร็จตรูแน่ ตรูดูทุกวัน ตอบได้ทุกข้อชัวร์)
พิธีกร: “คำถามถามว่า นักล่าฝันคนไหนได้ตุ๊กตาภูมิคุ้มกันคนแรก”
ทุกคน: บรรยากาศตอนนั้นเงีียบ แต่ก็มีคนออกไปสุ่มเดา
(ระหว่างนี้ เราแย่งชิงออกไปไม่ทัน ได้แต่อ้าปากบอกไปว่า แท๊บบี้ๆๆๆๆๆๆๆๆ)
กฤษ V7: (พูดกับพิธีกรว่า) น้องคนนี้ๆ
เรา: (ถูกเรียกออกไปยืนข้างหน้า และตอบออกไปว่า) แท๊บบี้คะ
พิธีกร: ถูกต้องค่าาาาาา รับเลยกระเป๋า

——— เสียงปรบมือกึกก้อง————

ดีใจมากมาย ไม่ได้ดีใจที่ได้กระเป๋า แต่ดีใจที่ได้เจอ AF6 ทั้ง 12 คนใกล้ขนาดนี้ ตลอด 3 เดือนเห็นแต่ใน TV

สุดท้ายอดใจไม่ไหว เพราะอ๊อฟน่ารักมาก ขอถ่ายคู่หน่อย… ไอ้เราก็เป็นสาวเป็นนางโอกาสมาถึงก็ต้องคว้าเอาไว้ รีบเอาตัวเข้าชิดทำตัวสนิททันที

รูปอีกนิดหน่อย จะดูต่อมั้ย??

ธรรมะสวัสดี เสถียรธรรมสถาน

// May 25th, 2009 // 5 Comments » // Activity, Blog, Travel

banner1
ขอขอบคุณมากๆ ภาพจาก http://www.sdsweb.org/th/

ธรรมะสวัสดี

เสถียรธรรมสถาน หลายๆ คนคงคุ้นเลย และได้ยินชื่อ ธรรมะสถาน ชื่อนี่บ่อยๆ เพราะมี แม่ชี ศันสนีย์ เสถียรสุต ที่เป็นที่รู้จักและออก Mass media อยู่บ้าง และก็คงมีหลายๆ คนอยากลองเข้าไปที่นี่ เอาล่ะ… คราวนี้เคราะห์ดี ได้มีโอกาสไปสักที เพราะเพลงลมหายใจเข้า ลมหายใจออก ดั่งดอกไม้บานนนน ที่หลานวัย 2 ขวบครึ่งชอบทำรีวิวประกอบเพลงตาม ทำให้มีวันนี้ วันอาทิตย์ที่ผ่านมา (May.24.2009) ไปด้วยอาการง่วงๆ และร้อน ได้ยินว่าอยู่แถวซอยวัชรพล ฟังดูไกลจากบ้านย่านสำโรงมากๆ แต่ไม่น่าเชื่อขึ้นทางด่วน แป๊บเดียวถึง พอถึงแถวรามอินทรา ออกซ้ายแล้วก็จะเห็น เสถียรธรรมสถาน ชัดเจนมากทางด้านซ้ายมือ แผนที่

ทางเข้าพบกับแม่ชีสัมพันธ์คอยให้ข้อมูลแนะนำด้วยรอยยิ้มที่ดูสงบมากๆ ตั้งใจว่าจะถ่ายรูปเยอะๆ แต่ดันเจอป้ายห้ามถ่ายรูป ก็เลยทำตามกติกาของที่นี่เก็บกล้องเข้ากระเป๋า ที่นี่ร่มรื่นอย่างไม่น่าเชื่อ มีต้นไม้ใหญ่เยอะแยะมากมาย เขียวชอุ่ม มีบ้านดิน เห็นแล้วก็ทำให้นึกถึงเมื่อปีที่แล้วที่ช่วยเค้าสร้างบ้านดินที่ฉะเชิงเทรา เหนื้อยยยยเหนื่อย นอกจากนี้ยังมีมุมสำหรับนั่งสงบๆ อยู่หลายจุด ทุกอย่างดูเงียบและสงบมาก ภาพที่เห็นส่วนใหญ่เป็นภาพครอบครัวพากันมานุ่งชุดขาวทำกิจกรรม อย่างเช่น วาดภาพทำผ้าบาติก น่ารักดี

เดินอยู่ๆ ก็ได้เสียงแม่ชีพูดออกไมค์น้ำเสียงสงบมากๆ เชื้อเชิญให้ไปทำสมาธิที่ศาลา เดินตามเสียงไปก็เจอคนเยอะแยะเลยกำลังนอนหงายทำสมาธิ ไปนั่งดูอยู่สักพักง่วงเลยก็เลย เดินออกมาเกรงว่าจะนั่งสัปหงก เดินมาไปกี่ก้าวก็เจอสวรรค์ ว้าวววว มุมนวดตัวและเท้า ไม่รอช้าสวมรอยเก้าอี้่ว่าง 1 ชั่วโมง 250 บาท สบายจริงๆ เชียว พอดีเมื่อฝ่าเท้ามานานจากการเล่นแบตก็รู้สึกดีขึ้น แล้วตรงมุมนวดตัวก็แสนจะสบาย แม้ว่าอาการจะร้อนแต่ก็มีลมธรรมชาติสะอาด เย็นๆ พักมาอยู่เป็นระยะ หลายๆ คนคงเคยแต่นวดในห้องแอร์ลองมาที่นี่ได้แสนจะสุขสม ผ่อนคลายอิริยาบทในบรรยากาศธรรมชาติกลางเมืองกรุง

หลายๆ คนที่เดินทางมาจากวันหนักๆ ทำงานตลอดสัปดาห์ เจอรถติด หนีฝนตก ต่อสู้กับงาน เพื่อนร่วมงาน เจ้านาย ลูกค้า ทะเลาะกับแฟน โกรธเพื่อน ทะเลาะคนข้างบ้านมา แล้วพอวันหยุดสัปดาห์ไม่รู้จะไปไหนแล้ว ลองไปที่นี่ เสถียรธรรมสถานอย่ามองว่ามาเข้าวัด แต่มาเพื่อความสงบในใจ ที่นี่มีกิจกกรรมเยอะเลย ธรรมชาติบำบัดเพื่อชีวิตเป็นสุขทั้งนั้น มาสิมา… มามีความสุขกัน

  • เว็ปไซต์เสถียรธรรมสถาน
  • สำหรับเช้าไปเย็นกลับ เวลาจอดรถได้ 9.00 – 16.00 ทุกวัน
  • สำหรับค้างปฏิบัติธรรม อย่าเอารถไปไม่มีที่จอดจ้า…

ธรรมะขอบคุณคะ

เจอกันที่ เสถียรธรรมสถาน

อยากกิน Kizahashi Okonomiyaki

// May 16th, 2009 // 5 Comments » // Activity, Blog, Cooking, Party, Video

เวลาเกือบ 3 ทุ่ม กำลังรู้สึกหิว เลยนึกถึงอาหารที่อยากกิน จู่ๆ Kizahashi Okonomiyaki ก็เข้ามาในหัว อู้ยยย อยากกิน อยากทำ อีกจังเลย เลยขอเอาเรื่องเก่ามา blog สักหน่อย Detail ร้านนี้จำไม่ได้แล้ว แต่ไปอ่านอย่างถี่ยิบได้ที่ blog นี้เลย ของ @boydchan เค้า วิธีไป วิธีทำ มีหมด

ว่าแต่ว่าตอนนั้นที่ไปกินได้ ถ่ายคลิปเล่นๆ เอาไว้ เป็นวิธีทำ Kizahashi Okonomiyaki ไม่มีสคริปต์ ไม่มีเทคนิคใดๆ ทั้งสิ้น ใช้แถเอาล้วนๆ ไปดูกัน

พิธีกรหญิง @moomay
พิธีกรชาย @pangpond
ตากล้องมืออาชีพ @boydchan

สงกรานต์ฮาเฮ ตรัง-ภูเก็ต เด็ดดวง

// May 10th, 2009 // 6 Comments » // Activity, Blog, Party, Photo, Travel

ดอง blog จนโดนติฉินนินทา ประนามหยามเยียดจากคนรอบข้าง
เพราะมัวแต่ทำตัวเป็น “อาร์ท” ว่า จะ up blog ตามอารมณ์ และจะ up ด้วยความตั้งใจ

ล่วงเลยมา 2 เดือน จนโดน blog ตัดหน้า เรื่องล่องใต้สงกรานต์ จาก blog @pangpond เลยอยาก memory เรื่องนี้เอาไว้ที่ blog บ้าง

เอาล่ะ เกริ่นมานาน เริ่มต้นสักที

3452074086_8aaaa755fa

Trip Name: Songkarn on the beach FamTrip 2009 by Fortuner
Travel Period:
11-15 April 2009
Passenger:
แม่, พี่ปลา, พี่อนันต์, พี่มิ้นท์, พี่โจ, ยูริน, ปอนด์, เมย์
Activity:
กิน เที่ยว หลับ เล่น และ กิน เที่ยว หลับ เล่น

เริ่มต้นของวันแรกของการเดินทางด้วย อารมณ์ไม่ตื่นดี เวลา ตี 5 กว่า เดินทางสู่จุดหมายแรกบ้านที่ตรัง เดินขึ้นรถด้วยชุดนอน เพราะเตรียมใจไว้อย่างดี เรื่องนั่งรถนานกว่า 14 ชั่วโมง ตั้งใจเต็มที่ว่าขึ้นรถแล้วจะหลับทันที ขับไปแวะปั้มไปเรื่อย นั่งในรถซะตูดชา (ดีนะที่มีขนมเต็มรถ) จนถึง ตรัง เป้าหมายปลายทาง สำหรับ 2 คืนแรก

ตรัง

- ดีใจที่ได้เจอ หายเหนื่อยเพราะอากาศดีมากๆ ต้นยางอุดมสมบูรณ์ เขียวขจี ปอดสดชื่น
- อาหารใต้อร่อย รสร้อนแรง กินไปแสบท้องไป แต่ก็สู้
- ตรังแมลงแปลกๆ เยอะมากหน้าตาไม่คุ้นเลย และมีหิ่งห้อยด้วยไม่เห็นมานาน
- โดนหลอกด้วยภาพ เที่ยวทะเลตรังที่หาดหยงหลิง อาหารรอนาน ทะเลไม่สวย
- หลานเล่นน้ำจนไม่สบาย เพราะหาดหยงหลิง
- ร้านวังชา โกปี้ หมูย่างเมืองตรัง ติ่มซำ รสอร่อยมาก กินไม่หมดคืนได้
- อาหาร ร้านสุดาพร รสชาติดี เด็กเสริฟ์บริการดีมาก เมนูแนะนำ ห่อหมกทะเล
- ได้น้ำหนักจากเมืองตรังมา 1 กิโล เพราะกินๆ ไม่หยุดตลอด 3 วัน 2 คืน

อำลา เมืองตรัง สู่ ภูเก็ต สำหรับอีก 2 คืนที่เหลือ ใช้เวลา ประมาณ 4-5 ชั่วโมง แวะโรงพยาบาลป่าตอง ยูรินไม่สบายตัวร้อนจี๋ ต้องหาหมอด่วน พักที่ ป่าตองมารีนภูเก็ต ได้มาจากงานไทยเที่ยวไทยเมื่อต้นปี โรงแรมสวย hiso ที่โดนสึนามิเต็มๆ (เค้ายอมรับเอง เพราะถามตอนจอง) อยู่ริมหาด กลัวผีมากกกกกกกก ไม่มีคนไทยเลย มีแต่คนหัวทองนอนโชว์นม (เหี่ยวๆ) ริมสระว่ายน้ำ แต่ยังไงก็ตาม ชอบโรงแรมนี้นะ เอาไป 4 ดาวเพราะมีห้องออกกำลังกายให้ เล่นปิงปองสนุกมาก มีสระว่ายน้ำใหญ่ ยาว ลึก อาหารเช้าอร่อย เยอะ เติมตลอดเวลา ไม่มีพวกแย่งกันกินแย่งกันใช้

เรื่องน่าตื่นเต้นที่ป่าตองมารีนภูเก็ต นั่งดูโทรทัศน์อยู่ดีๆ ไฟก็ดับ พรึ๊บ!! เอาแล้วเรื่องผีสึนามิวิ่งเข้าหัวมาทันที ลองเปิดม่านดู เฮ้ย!! ห้องอื่นไม่ดับห้องเราดับห้องเดียว ใจเริ่มสั่นหยิบโทรศัพท์กด 0 ถาม reception ระหว่างรอสายใจก็หวั่นอย่าให้เป็นเสียงผีรับเลย สรุปเสียบ key card ผิดด้านระบบตั้งเวลาปิดตัวเอง เสียบใหม่ไฟติด จบ.

มาถึง highlights เด่นของทริป เล่นทะเลกันเถอะ…

อดใจไม่ลงน้ำที่หาดหยงหลิง เพราะทำใจกับห้องน้ำที่นั่นไม่ได้ แดดร้อนจัด น้ำไม่ใส ไม่กล้าลงทุนยอมตัวดำเพื่อหาดหยงหลิง ส่วนหาดป่าตองเดิน survey แล้วก็ยังไม่คุ้มจะลงเล่น แม้ว่าหาดจะอยู่ที่โรงแรมเลย เพราะทะเลป่าตองไม่สวยอย่างที่เคยสักเท่าไหร่ (เท้าความถึงเมื่อปี 2006 น้ำใส หาดสวยกว่านี้เยอะ) เลยได้แต่เดินริมหาดทำมิวสิค เดินไปใจก็หลุดไปนึกว่าเดินอยู่พัทยาเพราะบรรยากาศใกล้เคียง

จนมาถึง หาดกะตะ ว้าวววว… พอเห็นหาดก็แทบอยากวิ่งๆๆๆๆ ไปหา สวย ใส ขาว blink มากๆ คนไม่ชุกชุมเงียบแต่ไม่เหงาโวกเหวก ได้อุปกรณ์เป็นกระดานเซิร์ฟ วิ่งแจ้นสู่ทะเล กรี๊ดกร้าด สนุกมาก คลื่นสูงบางทีสูงเมตรกว่าเลย มันส์มาก ยอมตัวดำที่นี่ดำเท่าบียอนเซ่ก็ยอม เวลาคลื่นใหญ่ๆ มาจะมันส์มาก นอนบนเซิรฟ์ ลอยเด้งตามคลื่น; ข้อควรระวัง ระวังคนเล่นเซริฟ์ข้างหน้าปลิวตามคลื่นเอาเซิรฟ์และเอาตัว มาชนหน้าเราอย่างแรงอาจทำให้คอหักได้ เพราะคลื่นที่กะตะแรงมาก @pangpond ปลิวติดฝั่งตลอดเวลา ไม่มีโอกาสได้เดินมาที่ลึกๆ หุหุ แต่ยังเล่นไม่จุใจฝนดันตกเลยต้องกลับที่พัก ไม่เป็นไรโอกาสหน้าพักที่กะตะแน่นอนเล่งไว้และ

ปิดท้ายคืนสุดท้ายของทริปที่ ร้านอาหารทะเล Affiliate (คนรู้จักแนะนำมาได้ส่วนลด) ที่ร้านสาคร ร้านอาหารทะเล ราคาทัวร์ต่างชาติลงเมนูแนะนำ ทะเลรวมมิตรปิ้ง และปูผัดผงกระหรี่ใส่นมเยอะมาก แต่ไม่ชอบกิน กินอาหารที่มีรสชาติของนมแล้วขนลุก ลิ้นไก่สั่น แต่หลายๆ คนบนโต๊ะชอบเมนูนี้

กิจกรรมรื่นเริงที่ภูเก็ตเพิ่มเติม

- นั่งรถดูคนภูเก็ตเล่นสงกานต์ แลดูเค้าสนุกกันมาก เปิดเพลงดัง แต่งตัว xx กันเยอะ
- ป๊อกเด้ง
- เที่ยวคาร์ฟูร์ภูเก็ตเจอฝรั่งถ่อยๆ
- Shopping ที่ 7-11
- กินหมี่ฮกเกี้ยนร้านต้นโพธิ์ (ร้านดัง; เค้าเคลิมตัวเองว่าเค้าดังมาก)
- เล่นสระว่ายน้ำแอบมองคู่ฝรั่ง in love ในสระและว่ายน้ำโชว์ @pangpond
- เดินเล่น Nightlife ภูเก็ต
- พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ
- โดนหลอกซื้อ ข้าวโพดปิ้งแข็งๆ ในราคา 30 บาท ต่อฝัก (Fuck Corn) แม่ค้าหน้าเลือดแม้ว่าหน้าตาของครอบครัวฉันจะสวยและดูต่างชาติแต่ฉันก็คนไทยนะยะ – -”

ของฝากภูเก็ตที่แนะนำ

- เต้าซ้อแม่บุญธรรม (ต้องร้านนี้เท่านั้น อร่อยวงในแอบอร่อยไม่เปิดตัว ต้องสั่งล่วงหน้าและขับรถไปรับเอง)
- ร้านแม่จู้ อย่าพลาดน้ำพริกคั่วกลิ้ง

Tips

ขากลับอย่าลืมแวะกิน ส้มตำยกครก กันที่พังงานะจ๊ะ อร่อยมากอีกร้าน เที่ยวใต้คราวนี้สนุกดี แต่ประสบการณ์ก็ได้สอนว่า นั่งเครื่องบินไปเลยจะดีกว่า ประหยัดเวลากว่าเยอะ เหนื่อยน้อยกว่าด้วย นั่งรถรวมเกือบ 30 ชั่วโมง เมื่อยกล้ามก้น

ภาพกิจกกรมมันส์ตลอด 5 วัน by @pangpond
: Ricoh GR Digital II และ Canon D350 หลายร้อยรูป

ในวันที่ฉันถูกหวย

// January 16th, 2009 // 6 Comments » // Activity, Blog

ถูกหวยยยยยยยยยยยยยยย……..

เลขท้าย 2 ตัว งวด วันที่ 16 มกราคม 2552 อู้เย่!!

ตื่นเต้นดีใจ ครั้งแรกของชีวิต ถ้าจำไม่ผิดในชีวิตไม่เคยซื้อสลากกินแบ่งเอง ใบแห่งโชคนี้ได้มาจากงานฝังลูกนิมิตรที่วัดแถวบ้าน วันนั้นก็ทำบุญแบบเทกระเป๋าไปเหมือนกัน เพราะเป็นช่วงวันปีใหม่ ก็เลยกะว่าทำเต็มที่ เห็นคนขายหวย ก็เลยเอาสักหน่อย นึกไงไม่รู้เลือกซื้ออายุตัวเอง 25 และแล้ววันหวยออก ฉันก็ถูกหวย เย่ๆๆๆๆๆๆ สองห้า สองห้า สองห้า รับทรัพย์ 2000 บาท กินไรดีน้าาาา…

ปราณบุรี FamTrip

// January 1st, 2009 // 5 Comments » // Activity, Blog, Travel

ก็นะ… ทำงานบริษัททัวร์มานาน จะ blog เรื่องเที่ยวก็ขอ blog แบบเป็น itinerary แล้วกันเน้อะ อ่านง่ายได้ครบ ติตดามได้กับ Family Trip at Pranburi กันได้เลย GOGOGO ขึ้นรถได้!!
ตั้งใจว่าจะเขียนแบบรวดเดียวจบ เพราะมั่นใจว่า เดี๋ยวจะต้องขี้เกียจเขียนแน่ๆ

กรุงเทพ – ปราณบุรี – หัวหิน – ประจวบ 3วัน (ฟอร์จูนเนอร์)

Expert Review

ปราณบุรี แหล่งท่องเที่ยวสัมผัสลมทะเล อันเงียบสงบ ที่หลายๆ คนรู้จัก แต่ยังไม่กันไม่ถึง เพราะอาจโดนแรงดึงดูดของหัวหิน หรือชะอำ ไปซะก่อนที่จะนึกถึงปราณบุรี แต่สำหรับคนที่ไปทั้งหัวหินและชะอำมาแล้ว เป้าหมายต่อไปของทะเลย่านนี้ก็น่าจะเป็น “ปราณบุรี” ดินแดนเงียบสงัด ทะเลไม่มีคนเล่น Point ของปราณบุรี คือความสงบ สันโดษ ปล่อยให้ชีวิตดำเนินไปอย่างช้าๆ ในแต่ละวัน

วันที่ 1 (29 ธ.ค.): กรุงเทพ – ปราณบุรี

10.30 ออกเดินทางจากบ้านย่านซอยวัดไตรสามัคคี เป้าหมายคือปราณบุรี เดินทางด้วยเส้นทาง สายใต้ ขึ้นทางด่วนที่ปากซอยบ้านได้เลย ไปโผล่อีกที ฝั่งพระประแดง ขึ้นทางด่วนพริบตาเดียวถึง เพชรบุรีและเข้าประจวบ ระหว่างทางแวะหาของสำคัญ ดื่มกาแฟอเมซอน ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึง ปราณบุรี

เที่ยง ถึงโรงแรม Pattawia Resort and Spa หลงทางกับป้ายโรงแรมและเรื่อง booking นิดหน่อย วีนแตก Suppier เล็กน้อย แต่ในที่สุดก็เข้าห้องพัก Family Suite 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 living room และ 2 เตียงเสริม สำหรับพัก 6 คน และ 1 เด็กน้อย (โรงแรมใหญ่มาก แต่คนน้อยชะมัดเลยหลอนนิดๆ) โรงแรมอยู่ริมทะเลเลย แต่เล่นทะเลไม่ได้เพราะอันตรายมาก หน้าโรงแรมชายทะเลเป็นหิน และตรงทะเลจะมีร่องน้ำ มีคนหายไปแล้วด้วย

Tips: สำหรับใครที่กำลังไป Pattawia ให้ขับรถเข้าไปตรงซอย โลตัส ตรงข้ามกับสถานีตำรวจปราณบุรี ขับตรงไปเรื่อยๆ อ่านตามป้ายไปแล้วจะเจอเองจ้าาาาา

บ่าย ออกไปหาของกิน เจอร้าน “บ้านริมหาด” เห็นมีป้ายว่ารายการโทรทัศน์มาทำรายการ เลยแวะชิมสักหน่อย ลงรถก็ smell welcome ด้วย ปลาหมึกที่ตากอยู่ทั่วแถวนั้น กินไปเรื่อยก็เริ่มรู้สึกไม่ใช่ ไม่หร่อยเลย เช็คบิล เจอไป 1600 ยิ่งเซ็งกว่าเก่า ไม่หร่อยแทบแพงอีกต่างหาก
จากนั้น… แวะลงตลาดสดเพื่อซื้อขนมไปตุนที่ห้อง

เย็น ถึงโรงแรมที่พัก อิสระลงเล่นน้ำในสระว่ายน้ำ สนุกสนาน เย็นยะเยือก สระสวย-ใหญ่มากและมีคนน้อยมากเช่นกัน

ค่ำ หิวแล้ว ได้ข่าวมาว่าที่ “ร้านอุดมโภชนา” อร่อย ออกโทรทัศน์ด้วย (อีกแล้ว เห็นมีป้ายรายการเปรี้ยวปาก และอื่นๆ อีกหลายอัน) แต่ขี้เกียจออกกันไปหมด เลยซื้อแบบนำกลับ รสชาติดี ราคาสมเหตุสมผล ขึ้นลงลิฟท์ที่นี่หลอนชะมัด มันเงียบมากแล้วนังลิฟท์ก็ปิดเร็วมากด้วย ท้องอิ่ม หนังตาหย่อน chill out มาทั้งวัน ได้เวลาหลับ

วันที่ 2 (30 ธ.ค.): ปราณบุรี-อุทยานปากแม่น้ำปราณ-วัดห้วยมงคล-หัวหิน

เช้า พร้อมกันที่ ห้องอาหารโรงแรม กินอาหารก่อนพร้อมออกเดินทาง แบบคิดไรได้ก็ไปที่นั่น

สาย ออกเดินทางสู่ อุทยานปากแม่น้ำปราณ ลัดเลาะเขาไป อากาศดีมาก ต้นไม้เยอะแยะ แต่ไม่รู้ว่ามันต้นไร นั่ง Chill out แอ๊บถ่ายรูป
จากนั้น… เดินทางสู่ วัดห้วยมงคล วัดที่มีรูปปั้น หลวงพ่อทวดเยียบน้ำทะเลจืด ที่ใหญ่ที่สุดในโลก (เค้าเขียนบอกง่ะ) บรรยากาศโดยรอบสวยงามมาก แล้วรูปปั้นก็ใหญ่มากจริงๆ ด้วย แวะซื้อ วัตถุมงคล เป็นของที่ระลึก ผ่านชมทุ่งทานตะวัน ที่กำลังเริ่มปลูก และผ่านชม โรงพยาบาลช้างบริเวณใกล้เคียง วัดห้วยมงคล
จากนั้น… ออกเดินทางสู่ หัวหิน อีกหลายกิโลเลยทีเดียว หลับๆตื่นๆจนถึง หาที่จอดรถยาก เลยต้องจอดไกล เป็นวัดแถวๆนั้น และต่อรถ 4 ล้อ ไปที่หาด ติ๊ดเดียวคิด 100 บาท อยากจะตบให้ปลิว!! แต่ก็ยอมเพราะร้อน และเด๋วหลานไม่สบายเอา ตัวก็หนักไม่มีใครอยากเดินแบก 555+ ถึงหาด ตอนนี้ช่วงเทศกาล แอบฟังแม่ค้าคุยได้ยินว่า ได้สัมปทานมาวางเต๊นท์ขายของบนหาดแค่ 5 วัน จากนั้นลงมือกินอาหารทะเล ตามสูตรของการเที่ยวทะเล ปล่อยหลานเล่นเริงร่ากับน้ำทะเล และนั่งม้าชมหาด

เย็น กลับโรงแรม อาบน้ำ และออกมาตอนค่ำๆ อีกทีกันที่เดิม “อุดมโภชนา” เพราะใกล้ดี เหนื่อยแล้วไม่อยากไปไกล  และ นอนนนนนนนนนนน

วันที่ 3 (31 ธ.ค.): ปราณบุรี-ตัวเมืองประจวบฯ-กรุงเทพ

เช้า กินข้าวเช้าของโรงแรม พาหลานว่ายน้ำ ถ่ายรูปๆๆๆๆๆ เก็บกระเป๋า check out

เที่ยง ออกจากโรงแรม ไม่รู้ว่าคนขับพาไปไหน เพราะหลับตลอดทาง ได้ยินแว่วๆ ว่าจะขึ้นเขาสามร้อยยอด แต่รู้ตัวอีกที รถจะเข้าทับสะแกแล้ว เลยกลับตัวเข้าประจวบดีกว่า หลับๆ อยู่ ก็ถูกปลุกขึ้นถ่ายรูปที่ไหนไม่รู้ เป็นทะเล ตรงตัวเมืองประจวบ ถ่ายๆๆ นั่งรถไปจอดไป แวะนู้นแวะนี่ ไปเรื่อย

ค่ำ ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ คิดถึงที่นอนสุดๆๆๆๆๆๆ จบทริปด้วยความสนุก แต่ไม่ไปปราณ อีกแล้ว เพราะมันเงียบเกินไปสำหรับเรา

หมายเหตุ:

พอดีว่า เลือกเดินทางไปเพื่อหนีกลุ่มคน และรถติด อาจจะเป็นเหตุให้ โรงแรมมันเงียบเกินไป แทบไม่มีคนเลย ปราณบุรีฝรั่งเยอะกว่าคนไปประมาณ 99% (นักท่องเที่ยว)

แพ็คเกจนี้รวม
- ถ่ายรูปมาหลายร้อยรูป
- ท้องเสีย เข้าห้อง 8 ครั้งในวันที่ 2 เดินทางไปอึไป ด้วยอาการอาหารเป็นพิษ
- วันที่ 3 ปวดท้องผู้หญิงอย่างแสนสาหัส (เอ้า! เอากันเข้าไป – -”)

ไปดูรูปสวยๆ กันต่อกันเถอะ…

Bangkok Street Show 2008

// December 21st, 2008 // 2 Comments » // Activity, Blog, Photo, Travel

2-3 ที่ผ่านมามีโอกาสได้ดู ละครใบ้แบบจริงจังเป็นครั้งแรก แล้วครั้งแรกนั้นก็กลายเป็นครั้งที่ทำให้ ติดใจกันเลยทีเดียว กับ Gamarjobat ในงาน Pantomime in Bangkok 9 ที่ตึกไทยประกันชีวิต สนุกสุดแสน ฮาขี้แตกกับมุขตลกในแบบไม่มีเสียง ทะลึ่งนิดๆ แต่บางตอนก็เกือบร้องไห้ของละครใบ้แบบซึ้งๆ

จากนั้นก็เลยติดใจละครใบ้ หาดูต่อเนื่องทุกปี มาปีนี้พิเศษกว่าปีไหน เพราะดูฟรี!! แถมมีเยอะอีกต่างหาก 3 วันติด จัดที่สวนลุม 19-21 Dec. ก็เลยหาโอกาสไปสักวัน (งาน Bangkok Street Show 2008) จัดการซื้อสูจิบัตร เลือกเวทีไปดูแบบเสี่ยงดวงว่าจะสนุกไหม เดินไปมาอยู่หลายเวที เพราะมีตั้ง 11 เวทีแน่ะ จนมาเจอโชว์ที่น่าสนใจ ที่เวที 10 กับโชว์ของ TENSHOW เลือกโชว์จากการนั่งของนักแสดงในสูจิบัตร ท่านั่งดูจัดจ้านดีเลยเลือกมาดู แล้วก็ไม่ผิดหวัง โชว์สนุก เต้นๆโชว์ มายากลนิดๆ แต่สิ่งที่โดดเด่นของโชว์นี้น่าจะเป็น เพลงประกอบการแสดง มีทั้งมาริโอ้ แล้วก็เพลงสุสานหิ่งห้อย โทโทโระ โชว์จบ ตามธรรมเนียมใส่เงินลงหมวกด้วยความเต็มใจ ยุงเริ่มมาหนีดีกว่า แวะถ่ายรูปคู่กับ TENSHOW นินุง เค้าไหว้สวยมาก โดโซะๆ

ร่อนเร่หนียุ่งมาเรื่อย จนมาได้ยินเสียงกรี๊ดกร๊าดที่เวที 6 เลยตามกระแสเบียดเสียดไปเรื่อย จนรู้ว่าเป็น Bangkok Juggling ไม่น่าเชื่อ เพราะคนเยอะ และเท่าที่อ่านในสูจิบัตรเนี่ย ไม่อยากดูเลย เพราะกร่อยๆ กะโชว์ไฟ นิดหน่อย… กลัวว่าจะเป็นเอาไรมาหมุน วืบๆ โชว์อีก ก้มลงดูสูจิบัตร อ้าวมีโชว์นี้อีกทีตอน 2 ทุ่มกว่ารอดูดีกว่า มั่วนิ่มไหลตามคนไปเรื่อยจนได้นั่งใกล้ๆ

ก่อนการกลับมาของ Bangkok Juggling มี YEN TOWN FOOLS กับ FUKURO Kouji มาคั่นก่อน ไม่ผิดหวังที่นั่งจนเหน็บกิน เพราะ YEN TOWN FOOLS โชว์มีเสน่ห์มากทะเลาะกันโชว์คนดู เป็นคนอ้วน 1 คนกับคนผอมที่พยายามใส่ชุดให้ดูอ้วนอีก 1 คน เด็กที่นั่งดูข้างๆถูกใจใหญ่ ขำจนแทบขาดใจตลอด 20 นาที ต่อด้วยโชว์ของ FUKURO Kouji เด็ด!!มาก จุดขายน่าจะเป็นเลื่อนตัวให้ไม่สัมพันธ์กับขาได้ ทึ่งๆ กับโชว์น่ารักๆ ที่เวลาพลาดจะทำหน้าเด๋อ โทษลม อากาศว่าทำให้พลาด แล้วก็กลบเกลื่อนเรียกเสียงปรบมือ ด้วยการไหลหมวกจากแขนมาที่หัว สนุกมากอีกโชว์นึง ประทับใจให้เงิน ถ่ายรูป

2 ทุ่มกว่าๆ มาแล้ว Bangkok Juggling นั่งขำไปเรื่อยจนมาเจอมุขที่เหมือนกับ Gamarjobat มุขเสียงกรี๊ด 2 จังหวะ มุขใบเหลือง นิ้วโป้งใหญ่ๆ และอีกหลายอย่าง แต่ Bangkok Juggling ก็ทำได้ดีสนุกไปอีกแบบ กลุ่มนี้คนดูเยอะมากกกกกกกกก คนดูขำมากกกกกกกกก แล้ว Bangkok Juggling ก็เล่นกับคนดูเก่งด้วย หลายคนติดใจไปถามกันใหญ่ว่าเล่นที่ไหนจะตามกันไปดู โดยรวมแก้งค์นี้เล่นสนุก น่าติดตาม เงินเต็มหมวกเลย แบ้งค์หลายสีด้วย ชอบนะ แต่ไม่รู้ Gamarjobat เค้าจะโกรธอ่ะป่าว

ชอบของฟรีดีๆ จาก work point แล้วเจอกันใหม่ Bangkok Street Show 2009 ของฟรี ดีๆ ไม่ีมีพลาด

ดูรูปต่อ >>

ขอบคุณของฟรี ดีๆ จาก Kapook.com จ้าา..

// November 20th, 2008 // 5 Comments » // Activity, Blog, Movie, Party

20th century boy THE MOVIE

ก่อนอื่นก็ต้องขอบอกตามตรงๆ เลยว่าไม่เคยอ่านการ์ตูนเรื่องนี้แม้แต่น้อย “20th century boy” แต่ได้ยินคนที่ office พูดอยู่เสมอว่า
@pangpond say : “เพื่อนออกแล้วๆ”
@boydchan say : “เพื่อนออกยัง”
@pangpond say : “เพื่อนจบแล้ว”

ทั้ง 2  คนนี้ ในมือถือการ์ตูนใบหน้าแสดงอาการ โอตาคุ แบบเปี่ยมสุข นอกจากนี้ก็ได้ยินคำว่า กูตาลาลา ซือตาลาลา ประจำ แล้วก็ได้ข่าวมาว่า การ์ตูนเรื่องนี้ เมพขิงๆ (อิอิ)

ประจวบเหมาะกับ @boydchan ได้บัตรจาก @OaddybeinG มา และก็ไป post เสี่ยงดวงขอบัตรด้วยในที่สุดก็ได้มีโอกาสฝ่าฝัน การจราจรแยกลาดพร้าวไปดูหนังจนได้ การเดินทางอันแสนไกล จาก เมเจอร์บางนา สู่ เมเจอร์รัชโยธิน แต่ก็คุ้มนะ ได้ไปเจอตัวจริงของหลายๆ คน ที่เคยเห็นแต่ชื่อและตามอ่าน blog มานาน จาก twitter

รับบัตร รับเสื้อ ได้แถว H22 H23 มา โรงที่ 13 ใหญ่เบิ้ม!! เข้าไปด้วยความปราศจากจินตนาการ เพราะไม่เคยอ่านการ์ตูนมาก่อน และนี่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งก่อนเข้าดูหนัง เพราะเราจะไม่เข้าไปด้วย ความตั้งใจ ความคาดหวัง และความต้องการความเจ๋งอย่างสูงจากหนัง และทุกครั้งที่เข้าไปดูด้วยความรู้สึกแบบนี้จะสนุกจริงๆ เหมือนเรื่อง Dead Note

และก็จริงๆ ด้วย หนังสนุกดี ระหว่างดูรู้สึกว่าตัวเองมีหน้าที่ต้องจับตาดูทุกอย่างในจอ เพราะทุกอย่างมีเงื่อนงำ!! สนุกๆ เด็กน้อย คานะ น่าตาน่ารักมั่กมาก ดำเนินเรื่องไม่สับสน (แอบสปอยหนังนิดนึง) ออกจากโรงหนังมาพร้อมกับคำถามมากมาย และตลอดทางกลับบ้านก็ถามคนที่กลับด้วยตลอดเวลา ทำไม? แล้ว? อ้าวแล้ว? แล้วอย่างนี้? ถามจริง? ต่อไปอ่ะ? แล้วไปเจอไรหรอ? ทำไมสมุดขาด? คนนั้นเป็นใคร? ทำไมต้องโกรธ? สงสารคนถูกถามเหมือนกันแฮะ..

ยังไงก็ขอบคุณกิจกรรมดีๆ ของ Kapook.com ด้วยจ้าา ขอบคุณเสื้อสวยๆ ด้วยจ้าา ขอบคุณทุกคนที่มีส่วนร่วมทำให้งานนี้จบลงอย่างสวยงาม ฟิเนเล่ย์!!

สุดท้ายนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เอ่ออ…. จะได้บัตรฟรีดู เอ่ออ.. ภาค 2 เร็วๆนี้ ขอบคุณล่วงหน้าคะ แล้วจะอุดหนุน AD. Kapook อีกแน่นอน

สนุกจริง Museum Siam

// September 20th, 2008 // 7 Comments » // Activity, Blog, Travel

เที่ยว Museum Siam กันเถอะ  เจ๋งจริง

ด้วยคำโปรยที่ถามว่า คุณเป็นคนไทยหรือป่าว เป็นจุดเริ่มต้น ของเรื่องราวในพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์แนวใหม่ ทันสมัยสุดๆ แทบทุกอย่างจับต้องได้ โสตทัศน การนำเสนอ สุดจะ advance ตื่นตาตื่นใจตลอดตอนอยู่ข้างใน มารู้ตัวอีกทีก็เมื่อยแล้ว

เดิน 2 ชั่วโมงกว่า ในตึกโบราณ 3 ชั้น สุดยอดจริงๆ

เริ่มต้นด้วยชั้น 1 ดูเรื่องราวเริ่มต้น ให้อยากค้นหา รับรู้ว่าว่าเราเป็นใครมาจากไหน จากนั้นก็เดินไปดูชั้น3 ก่อนชั้น 2 ซึ่งเป็นความตั้งใจของคนทำที่อยากให้ดูชั้น 3 ไล่ลงมา มันเริ่มตั้งแต่ ดินแดนสุวรรณภูมิ คืออะไร มาจากไหน เรื่องราวไล่มาเรื่อยๆ

กล่าวถึงความเชื่อ ความเป็นไทย อาหาร การดำเนินชีวิต การติดต่อกับต่างชาติ ผู้ครองราช สงครามต่างๆ ในวิธีการนำเสนอที่เจ๋งจริงๆ แสง สี เสียง (อันนี้ไปดูกันเองว่าเทพแค่ไหน) ที่ประทับใจสุดๆ ก็เป็น ตู้ที่เล่าเรื่อง ศึกอลองพญา สมัยก่อนกรุงศรีแตก นำเสนอแบบ virtual 3D สุดยอดมาก ยืนดูจนจบ ประทับใจในวิธีนำเสนอ จนแทบอยากจะปรบมือให้ hahaha.. ได้ลองเล่นเกมส์ใช้ปืนใหญ่ด้วย ปืนใหญ่จำลองที่เหมือนจริง จับได้จริง เล่นได้จริง สนุกจริงๆ แล้วอีกอย่างที่ประทับใจคือ ตรงที่เค้าบอกว่า “กรุงเทพถอดแบบมาจากกรุงศีอยุธยา”  เป็นกระดาน 2 ฝั่ง ฝั่งนึงเป็น กรุงศรี อีก ฝั่งเป็นกรุงเทพ สมมุติถ้าเอามือไปแตะที่วัดของฝั่งกรุงศรี ก็จะมีลูกศรแสงสีแดง โยงมาว่า มันคืออะไรของกรุงเทพ เจ๋งอ่ะ…

อีกอย่างที่ชอบมากเหมือนกัน ที่ประมาณกรุงเทพ ยุค sixty disco ไรประมาณนั้น มี ดิสโก้ ร้านอาหาร มีช่อง 4 บางขุนพรม ให้เราลองเป็นผู้ประกาศหน้าไมค์ มีกล้องอัดวีดีโอ ขาวดำด้วย โอ้ย..ชอบอ่ะ ก่อนออกห้องสุดท้ายก็เจอ ที่ให้เขียน ไม่รู้เค้าเรียกว่าไรนะ แต่พอเราเขียนที่กระดานแล้ว ไปยืนข้างหน้าให้เงาเราสะท้อน ข้อความที่เราเขียนก็จะโชว์ขึ้นมา โอ้ว์.. จะว่าเชยก็เถอะ แต่ที่นี่ Museum Siam เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เจ๋งที่สุดเท่าที่เคยไปมา รับรองเดี๋ยวที่นี่ต้องดังแน่ๆ

ตอนนี้ยังเข้าฟรีอยู่ แต่ถ้าเก็บตังค์ค่าเข้าก็ยอมนะ แต่น่าเสียดายตรงที่ เค้าอุตสาห์ให้แทบทุกอย่างจับได้จริง เล่นได้จริง ก็รบกวนเถอะ อย่าไปทำของเค้าพัง หรือขโมยเลย มันน่าอาย

เหนื่อยตอนไปนิดหน่อย เพราะไปไม่ถูก รู้แต่ว่ามันเป็น กระทรวงพาณิชย์เก่า

Museum Siam : กระทรวงพาณิชย์เก่า แถวๆ ปากคลองตลาด
เวลาเข้าชม 10.00 – 18.00
ค่าเข้า : ไม่เสีย
souvenir shop : มี
Rate : เอาไปเลย 5 ดาว

ขอขอบคุณ Google earth ผู้นำทาง

ปิดท้ายของวันด้วย โพนยางคำ นวลจันทร์ “เนื้อวัว” อร่อย นุ่ม ลื่นลิ้น ราคาไม่แพง ร้านที่ต้องต่อแถวกันเข้าไปกิน

ภาพเต็มๆ

วิธีไป (กว่าจะพบหมอ) โรง’บาลจุฬา

// September 12th, 2008 // 3 Comments » // Activity, Blog

ค้างมานาน ไม่ได้ up blog มาหลายอาทิตย์ หลายๆ คนบ่นคิดถึง หุหุ

ติดไว้เรื่องหนึ่งตั้งใจว่าจะเอามา blog ให้ได้ ก็เรื่องวิธีการหาหมอ โรงพยาบาลจุฬา ไม่ใช่ง่ายๆ นะนั่น มันต้องเริ่มตั้งแต่ ตื่นนอนแต่เช้าตรู่ (ตรู่สุดๆ) ตั้งใจว่าว่าจะไปตรวจเลือด เช็คไทรอยด์ จากอาการเหนื่อยง่าย เหงื่อออกมือสุดๆ แบบหยดตึ่งๆ แล้วก็เหงื่อออกตามข้อพับ และคอใหญ่กว่าปกติ จากการทักทายจากหลายๆ คน รวมทั้งหมอที่มาตรวจสุขภาพประจำปี ก็เลยโอกาสเหมาะไปเช็คอีกครั้งสักที ก่อนไปโรงบาลจุฬาขอให้ทุกคนตั้งมั่นอย่างแน่วแน่ว่าจะไปให้ได้ เพราะสำหรับคนเกลียดการตื่นเช้าเข้ากระดูกชั้นในสุดอย่างเรา มันยากเอาการทีเดียว

เริ่มต้นวันศุกร์นั้นด้วย ตื่นตี 5 ออกจากบ้าน ประมาณ เกือบ 6 โมง นั่ง taxi ไปโรงบาล ไปถึงกับ Pangpond ก็เริ่มเอ๋อๆ ไม่รู้ขั้นตอน ยืนเก้กังอยู่พักนึงเพราะประตูยังไม่เปิด เอาไงดีพอดี Pangpond ตาไวเห็นเค้าหยิบเบอร์ ก็เลยไปหยิบบ้าง ใบสีชมพูสำหรับผู้ป่วยนอก (บรรยากาศตรงนั้น หดหู่มาก ผู้ป่วยเยอะแยะ นั่งรถเข็น รอหมอ มากันเช้ากว่าเราอีก)

พอประตูเปิด ทุกคนวิ่งกรูเข้าไปเหมือนข้างในมีแจกอะไรฟรี เราก็ตามกระแสเห็นเค้ารีบก็รีบบ้าง hahaha ไปข้างในเขียนใบบอกว่าตัวเองเป็นอะไร ด้วยใบสีชมพู จากนั้นตอนนี้แหล่ะคิวสีชมพูมีประโยชน์แล้ว จะมีจุฬายิ้ม(ซึ่งก็ไม่ค่อยจะยิ้มอ่ะนะ) มาเรียกคิวตามเบอร์คัดแยกอาการ ไปชั้นต่างๆ

คิวแยกได้ชั้นที่ไปแล้ว ยังไปชั้นนั้นไม่ได้นะ ต้องมาต่อคิวเอาประวัติก่อน ต่อแถวตามสบายไม่มีคิว ต่อไปจนได้คิว เวรกำ มาบอกว่าบัตรชั้นหมดอายุ เพราะเคยมาหากับแม่เมื่อนานมาแล้ว เอาไงล่ะต่อมาตั้งนาน มีหน้ามาให้ชั้นไปจ่ายเงินค่าบัตรใหม่ก่อนอีก ชิ!! โอเคตามนั้นไปจ่ายตังค์ 20 บาท ทำบัตรใหม่แล้วกลับไปต่อคิวขอประวัติใหม่อีกครั้ง โอเค ผ่าน ไป

โลดชั้นที่พยาบาลแยกอาการบอกให้ไป เห็นในใบเขียนว่าชั้น 2 ตอนนี้เราอยู่ชั้น 1 นิ โห..ลิฟท์คนเยอะ เดินชั้นบันไดก็ได้ สบายๆ แต่..พอเดินไปจริงๆ ทำไมกว่าจะถึงชั้น 2 มันซอยยิบขนาดนั้นหว่า ชั้น1 กว่าๆ 1 หน่อยๆ 1 น้อยๆ เกือบชั้น 2 สรุป เดินประมาณ 4 ชั้น – -” หอบแฮ่กๆ

ถึงชั้น 2 ก็เดินไปเคาน์เตอร์ ยื่นใบ บอกอาการ พยาบาลพูดจาดีมากกกกกกกกก ขอย้ำ ถามว่าเอาผลด่วนมั้ย เราถามตัวเองว่าด่วนมั้ย เห็นคำว่าด่วนชอบ เลยบอกไปว่าด่วน

พยาบาลบอกว่าไปเจาะเลือดชั้น 3 แล้วรอผล 2 ชั่วโมง โอ้ว์จอร์ชชชช ไวปานแสงของ LHC รีบๆๆ Pangpond พาไปเจาะเลือดชั้น 3 จ่ายเงินกับพนักงานเก็บเงินชั้น 3ที่น่าหงิกๆ จะจ่ายเงินนี่ยืนรอคุณนายสางผมอยู่ 2 นาที เพื่อเอาเงิน 600 บาทให้หล่อน พยายามไม่หงุดหงิดเพราะเตรียมใจมาเยอะ จ่ายๆ เสร็จ รอคิวจิ้มเจาะเลือด พนักงานเจาะเลือด (ซึ่งดูแล้วไม่น่าใช่พยาบาล) จิ้มแขนคนเหมือนจิ้มเข็มบนหมอนปักเข็ม แย่แล้วฉัน พอได้คิว น่านนนนน จริงๆด้วย ไม่มีปราณี จิ้มเข้าจิ้มออกได้รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยเจาะเลือดมา มันปี๊ดดดดด

เสร็จแล้วรอผล 2 ชั่วโมง ได้ผลจากชั้น 3 ไปหาหมอชั้น 2 รอๆ เจอพยาบาลคนดี ผู้อารีเมื่อเช้า ตอนวัดความดัน กับช่างน้ำหนัก เค้าบอกเหนื่อยหรอ ความดันขึ้น (คิดในใจ ไม่เหนื่อยมั้งย่ะ ตื่นแต่เช้า วิ่งขึ้นวิ่งลงเนี่ย) พอเจอหมอละอ่อน บอกว่าผลตรวจไม่เป็นไทรอยด์ โอ้ว์โล่งอก ไม่อยากคอบวม แต่ผลเลือดนี่สิ แหมมม แทบจะอยู่ จุดสุดท้ายของเกณฑ์ปกติ เอาน่าอย่างน้อยก็ปกติ สุดท้ายก่อนออกจากห้อง หมอละอ่อนได้บอกว่า เรื่องเหงื่ออกมือเยอะเนี่ย ให้ควบคุมอารมณ์ ซะงั้น..

จากนั้นก็กลับบ้านได้ ไม่ต้องจ่ายไรเพิ่ม เบ็ดเสร็จ 600 บาท ค่าเจาะเลือดด่วน แต่ก็ไม่รู้นะว่าถ้าไม่ด่วนจะ 600 ป่าว

หลังจากออกจากโรงพยาบาลก็เที่ยวนิดหน่อย อาทิเช่น ไปเช็นทรัลสีลม เดินละลายทรัพย์ นั่งสวนลุม ดูหนังมาบุญครอง คิคิ ไอ้ครึ่งวันหลังเนี่ย เหนื่อยกว่าครึ่งวันแรกอีก

ปล.  โรงพยาบาลจุฬาควรจะมี Online FAQ เช่น บัตรจะมีอายุ 5 ปี นับจากการติดต่อล่าสุด